ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา อันตรายไหม? ก่อนตัดสินใจทำควรรู้อะไรบ้าง ช่วยเรื่องริ้วรอยใต้ตาได้จริงไหม

ฟิลเลอร์ใต้ตา คืออะไร? ช่วยให้หน้าดูอ่อนเยาว์ได้จริงหรือ?

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา คือ อีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยลดปัญหาริ้วรอยใต้ตา ให้ดูตื้นขึ้น คืนความอ่อนเยาว์ให้กลับสู่ใบหน้าได้อีกครั้ง ด้วยการฉีดสารไฮยาลูรอนิค แอซิด ( Hyaluronic Acid ) หรือ HA เพื่อเติมเต็มริ้วรอย ร่องลึกบริเวณใต้ตา และเป็นหัตถการที่กำลังได้รับความนิยมจากคนจำนวนมากในทุกวันนี้ โดยเฉพาะผู้ที่มีวัยเกิน 25 ปีเป็นต้นไปที่มักจะเผชิญปัญหาการยุบตัวลงของกระดูกใต้ตา ส่งผลให้ใบหน้าดูโทรมลง และดูมีอายุ 

ฟิลเลอร์ใต้ตา บวมกี่วัน? และกี่วันถึงจะเข้าที่?

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

เนื่องมาจากการที่เข็มเข้าไปในผิวระหว่างการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา จึงอาจมีอาการบวมเกิดขึ้นได้ภายหลังฉีดเสร็จ ซึ่งไม่ใช่การอักเสบ บวมแดงที่เกิดเพราะตัวยาที่ฉีดเข้าไปแต่อย่างใด

  • หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเสร็จแล้ว ประมาณ 3 วัน อาการบวมที่เกิดขึ้นจะค่อย ๆ ดีขึ้นได้เอง
  • การฉีด filler ใต้ตาจะเข้าที่ได้อย่างเต็มที่ คือ ประมาณ 1-2 สัปดาห์หลังฉีด
  • เมื่อครบระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ แพทย์จะมีการนัดหมายให้เข้ามาเช็คผลลัพธ์ต่อไป 

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตามีประโยชน์ด้านใดบ้าง?

  • ช่วยแก้ปัญหาใบหน้าดูแก่กว่าวัย จากการมีริ้วรอย ร่องลึกใต้ดวงตา ด้วยการฉีดเติมเต็มให้ริ้วรอยเหี่ยวย่นต่าง ๆ รอบดวงตาดูตื้นขึ้น และดูจางลง ใบหน้าจึงดูสดใสและอ่อนเยาว์ได้อีกครั้งหนึ่ง
  • เพิ่มความสดใสให้ผิวหนังบริเวณใต้ตา ให้ฟื้นคืนจากความหมองคล้ำต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น อาทิเช่น ขอบตาดำคล้ำ ใต้ตาคล้ำ ไปจนถึงวงคล้ำโดยรอบดวงตา
  • แก้ปัญหาผิวหนังใต้ตาหย่อนคล้อย ถุงใต้ตา ให้กลับมาดูกระชับให้เต่งตึงมากยิ่งขึ้น
  • เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้คนสูงอายุที่มักพบกับปัญหากระดูกใต้ตายุบตัวลง จนตาโหล เบ้าตาลึก ให้ใต้ตาดูเต็มและหน้าดูเด็กลงได้อีกครั้ง 

ความหมองคล้ำและริ้วรอยใต้ตา มีสาเหตุมาจากอะไร?

หลายคนมักสงสัยว่า ทำไมตนเองอายุยังน้อย แต่กลับมีปัญหาบริเวณใต้ตาเกิดขึ้น เช่น มีร่องใต้ตา ถุงใต้ตา ซึ่งเกิดขึ้นจากการเป็นโรคภูมิแพ้ หรือมาจากกรรมพันธุ์ รวมถึงกระดูกใต้ตาและช่วงเบ้าตามีการเจริญเติบโตที่ไม่สมบูรณ์ ส่วนคนที่มักใช้สายตาอย่างไม่ถูกต้อง ก็อาจส่งผลให้เกิดริ้วรอยใต้ตาและกล้ามเนื้อรอบดวงตาหย่อนยานได้เช่นกันครับ

สำหรับปัญหากระดูกใต้ตายุบตัวลง (ทั้งส่วนที่อยู่บริเวณเบ้าตา และใกล้ร่องน้ำตา) จนเกิดร่องใต้ตา ใต้ตาดูลึก มักจะเป็นปัญหาที่พบในคนที่มีอายุ ทั้งนี้ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินปัญหาและหาวิธีแก้ไขได้ดีที่สุดครับ 

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ใช้กี่ cc จึงจะให้ผลลัพธ์ที่สวยดูเป็นธรรมชาติ?

ฟิลเลอร์ใต้ตา ใช้กี่ CC ไม่มีสูตรตายตัว แต่แพทย์จะเป็นผู้ประเมินและให้คำตอบได้ดีที่สุด ว่าแต่ละเคสของคนไข้จะต้องใช้ปริมาณ filler เท่าไหร่ถึงจะออกมาสวยงามเป็นธรรมชาติมากที่สุด

  • คนไข้ส่วนมาก คุณหมอจะเติมใต้ตาโดยใช้ฟิลเลอร์ในปริมาณ 1-2 CC ก็สามารถสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจนแล้ว
  • แพทย์จะใช้ปริมาณฟิลเลอร์เยอะขึ้นในการฉีด หากเป็นคนไข้ที่มีปัญหาใต้ตาลึก, กระดูกใต้ตายุบตัวมาก โดยปัญหาเหล่านี้มักเกิดขึ้นกับคนไข้ที่สูงวัย

ฟิลเลอร์ใต้ตา ยี่ห้อไหนดี? วิธีเลือกฟิลเลอร์ให้เหมาะสมกับฉีดใต้ตา

  • ฟิลเลอร์ Restylane รุ่น Perlane ผลที่ได้ออกมาเป็นธรรมชาติ ไม่ทำให้ตาดูบวม ฉีดแล้วคงรูปไม่ฟูเยอะ
  • ฟิลเลอร์ Juvederm รุ่น Voluma เป็นรุ่นที่ได้รับการพัฒนาจนมีโมเลกุลใกล้เคียงกับยี่ห้อ Restylane มีคุณสมบัติที่เหมาะกับการใช้ฉีดผิวหนังบริเวณใต้ตา ฉีดแล้วจะไม่ค่อยฟูมาก

ผิวหนังบริเวณใต้ตามีลักษณะค่อนข้างบางกว่าส่วนอื่นบนใบหน้า แพทย์จึงต้องพิถีพิถันเป็นพิเศษในการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา อีกทั้งยังต้องเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่มีเนื้อนิ่ม ไม่ทำให้ผิวฟูมากจนเกินไป เพื่อป้องกันไม่ให้ตาดูบวม และขาดความเป็นธรรมชาติ 

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา อันตรายไหม? มีข้อควรระวังอะไรบ้าง

ใช้ฟิลเลอร์แท้เท่านั้น จะมีความปลอดภัยสูง เพราะสามารถละลายออกไปได้เองตามธรรมชาติถึง 100% และมีส่วนที่ร่างกายของเราสร้างคอลลาเจน อีลาสตินขึ้นมาเอง แม้สารเติมเต็มที่ฉีดเข้าไปจะสลายไปแล้วแต่คอลลาเจนที่เราสร้างขึ้นก็ยังคงอยู่ สภาพใต้ตาจึงดูดีกว่าสมัยที่ยังไม่ได้ฉีด นอกจากนี้ เราควรเลือกฉีด filler ใต้ตากับคุณหมอที่มีเทคนิคการฉีดที่ถูกต้อง แม่นยำ ซึ่งจะปลอดภัยอย่างแน่นอน