7 วิธีลดโหนกแก้ม แก้ปัญหาโหนกแก้มสูง ให้หมดไปอย่างถาวร

“ โหนกแก้ม ” ถือ เป็นองค์ประกอบส่วนหนึ่งของใบหน้าที่จะสามารถเพิ่มเติมเสน่ห์ให้กับใบหน้าของเราได้ เพราะการ ลดโหนกแก้ม เป็นโครงสร้างสำคัญอย่างหนึ่งของใบหน้า การที่มีโหนกแก้มสูงเกินไปก็อาจทำให้เราเสียความมั่นใจ หรือ บั่นทอนความงามบนใบหน้าของตัวเองอีกด้วย

ทั้งนี้การมีโครงสร้างของโหนกแก้มที่สูง และกระดูกโหนกแก้มชัดเจน จะทำให้ใบหน้านั้นดูแข็ง ดุดัน สมกับความเป็นชาย ในส่วนของเพศหญิงนั้น การมีโหนกแก้มที่นูนขึ้นมาเพียงเล็กน้อย จะทำให้ใบหน้าดูอ่อนหวาน แต่สำหรับคนที่มีลักษณะ โหนกแก้มสูง และ ใหญ่นั้น จะส่งผลให้ใบหน้าดูแข็ง ไม่อ่อนหวาน

แต่ในปัจจุบันนั้นการที่มีโหนกแก้มสูง สามารถแก้ไขได้โดยการผ่าตัด ศัลยกรรมโหนกแก้ม ซึ่งเป็นเทคนิพิเศษของการทำศัลยกรรมเกาหลีค่ะ นิยมผ่าตัดแก้ไขในกรณีที่โหนกแก้มมีความสูงของกระดูกไม่มากนักหรือโหนกแก้มทั้ง 2 ข้าง มีขนาดแตกต่างกันไม่มาก โหนกแก้มไม่เท่ากัน โดยศัลยแพทย์จะทำการผ่าตัดด้วยวิธีการ กรอโหนกแก้ม ส่วนกรณีที่คนไข้มีความสูงหรือมีความแตกต่างกันอย่าเป็นได้ชัดของกระดูก

ศัลยแพทย์อาจจะต้องทำการตัดกระดูกโหนกแก้มแล้วมีการปรับตำแหน่งของโหนกแก้มให้เหมาะสม  สำหรับการกรอโหนกแก้มหรือการลดโหนกแก้ม แพทย์จะทำการเปิดแผลทำการเปิดปากและขมับโดยจะมีแผลตรงจอนผมประมา 1-2 เซนติเมตร ซึ่งการผ่าตัดด้วยวิธีนี้การทำแบบนี้จะไม่ทิ้งรอยแผลเป็นให้กังวลใจเลยค่ะ

 

วิธี-ลดโหนกแก้ม-ให้ได้สัดส่วน

 

ผลข้างเคียงหลังผ่าตัดลดโหนกแก้ม

อาการที่เกิดขึ้นได้หลังการผ่าตัดศัลยกรรมลดโหนกแก้ม หลังงการผ่าตัดลดโหนกแก้ม คนไข้อาจมีอาการบวมช้ำซึ่งเกิดจากการผ่าตัด หรือ มีอาการชาบริเวณโหนกแก้ม  ซึ่งอาการข้างเคียงจากการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อและเส้นประสาทจากการผ่าตัด แต่อาการเหล่านี้จะค่อยๆดีขึ้นและหายไปเอง โดยใช้เวลา 1-3 เดือน หลังการผ่าตัด นอกจากนี้คนไข้อาจจะประสบปัญหาในการรับประทานอาหาร ในช่วงสัปดาห์แรกคนไข้อาจจะเคี้ยวอาหารไม่ค่อยถนัด อ้าปากได้ไม่สุด ซึ่งอาการเหล่านี้จะค่อยๆดีขึ้น โดยใช้เวลาประมาณ 1 เดือน

 

 

7 วิธีการผ่าตัดลดโหนกแก้มใหญ่ โหนกแก้มสูง

สามารถแบ่งวิธีการผ่าตัดออกตามความเหมาะสมของคนไข้แต่ละเคสเป็น 2 วิธีดังนี้

1. กรอโหนกแก้ม – เพื่อลดขนาดของโหนกแก้ม

เป็นการทำศัลยกรรมลดโหนกแก้มที่มีความยุ่งยากน้อยกว่าการผ่าตัด ลดโหนกแก้ม แต่การกรอกระดูกเหมาะกับการแก้ไขที่ไม่มากนัก เพราถ้าจำเป็นต้องลดโหนกแก้มด้วยวิธี กรอกระดูกโหนกแก้ม มากๆ อาจทำให้เกิดอันตรายได้ ดังนั้นการลดโหนกแก้มด้วยวิธีนี้ หลังจากศัลยกรรมมักไม่เห็นผลของความแตกต่างมากนัก (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับความหนาของกระดูก) เนื่องจากคนไข้ที่มีกระดูกโหนกแก้มที่หนามากมักจะเห็นผลให้เห็นชัดเจนมากกว่าคนที่มีกระดูกโหนกแก้มน้อย

2. ตัดโหนกแก้ม – การทำศัลยกรรมแบบผ่าตัดโหนกแก้ม

ด้วยวิธีนี้จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดจากศัลยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เนื่องจากการผ่าตัด ลดโหนกแก้ม วิธีนี้เป็นการผ่าตัดใหญ่ และค่อนข้างมีความซับซ้อน ดังนั้นก่อนทำการศัลยกรรมจึงควรได้รับการตรวจอย่างละเอียดด้วยการเอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์ 3 มิติ ( CT Scan ) และ ควรได้รับการตรวจร่างกายอย่างละเอียดก่อนเข้ารับการผ่าตัด

 

ขั้นตอนการผ่าตัด-ลดโหนกแก้ม

 

3. ฉีดโบท็อกซ์ลดโหนกแก้ม – การฉีดลดขนาดของกล้ามเนื้อบริเวณโหนกแก้มให้ฝ่อลง

ทำให้โหนกแก้มมีขนาดเล็กลง (วิธีนี้ไม่อันตรายและมีความเสี่ยงน้อย) ดั้นนั้นเวลายิ้มโหนกแก้มก็จะไม่ขึ้นค่ะ แต่วิธีนี้ผลลัพธ์ไม่ได้อยู้ถาวรนะคะ คนไข้อาจจะต้องกลับมาฉีดซ้ำทุกๆ 3-6 เดือนค่ะ

ข้อดีของการฉีดโบท็อกซ์ลดโหนกแก้ม คือ ราคาไม่สูงมาก ไม่ต้องใช้นะยะเวลาพักฟื้นนาน สามารถเห็นผลที่ชัดเจนกับผู้ที่มีกล้ามเนื้อมัดใหญ่ บริเวณโหนกแก้ม

4. การฉีดสลายไขมันลดโหนกแก้ม

เนื่องจากโครงสร้างของใบหน้าเรา จะประกอบไปด้วย ผิวหนัง ไขมัน กล้ามเนื้อ และ กระดูก ดังนั้น การฉีดสลายไขมัน หรือ ที่คุ้นหูกันในชื่อของ Meso Fat เป็นการ ลดโหนกแก้ม ได้เป็นอย่างดี เหมาะสมกับผู้ที่มีปัญหาโหนกแก้มใหญ่เพราะไขมันเยอะ

ข้อดีของวิธีนี้ คือ เจ็บตัวน้อยแต่ได้รับผลลัพธ์ที่น่าพอใจ ค่าใช้จ่ายไม่สูงมาก ไม่ต้องพักฟื้นนาน วิธีนี้ได้ผลในคนไข้”บางคน”เท่านั้น ถ้าเป็นเคสเนื้อน้อยๆ มีแต่กระดูกหุ้มโหนกแก้ม รับรองว่าไม่ได้ผลค่ะ

5. การร้อยไหม – ปรับรูปหน้าให้เรียวสวย

การร้อยไหม เป็นวิธีการศัลยกรรมแบบหนึ่ง เป็นการปรับรูปหน้าให้เรียวสวย โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น และมีผลข้างเคียงน้อย ไหมที่ใช้สำหรับทำใบหน้าให้เรียวสวย ส่วนใหญ่เป็น “ไหมละลาย” ซึ่งเป็นการยกกระชับ เก็บเหนียง ปรับรูปหน้าทำให้ใบหน้าเรียว (V-Shape) ซึ่งการร้อยไหมยกกระชับใบหน้าทำให้ให้ผิหน้ากลับมายกขึ้น เต่งตึง ทำให้โหนกแก้ที่เคยชัดดูกลมกลืนกับบริเวณอื่นบนใบหน้า นอกจากนี้การร้อยไหมยังเป็นการกระตุ้นเซลล์ ที่สร้างเส้นใยคอลลาเจนให้มาพันรอบแนวเส้นไหม ซึ่งทำให้ผิวมีการดึงรั้งทำให้ผิวจึงเต่งตึงเรียบกระชับ และปรับรูปให้หน้าเรียวขึ้น ช่วยทำให้เลือดไหลเวียน ไปยังบริเวณดังกล่าวได้ดีขึ้น

 

ร้อยไหม ลดโหนกแก้ม

 

6. ฉีดฟิลเลอร์ลดโหนกแก้ม – แก้ไขโหนกแก้มสูง แบบไม่ผ่าตัด

การฉีดฟิลเลอร์ ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีการแก้ไขโหนกแก้มสูงแบบไม่ผ่าตัด หลักการก็คือ ถ้าลองสังเกตลักษณะคนที่มีโหนกแก้มสูงดู มักจะพบว่าคนเหล่านั้นมักจะมีปัญหาแก้มตอบที่มาคู่กันเสมอ ดังนั้นการฉีดฟิลเลอร์บใต้บริเวณโหนกแก้มจนไปถึงบริเวณแก้มตอบ จะช่วยทำให้ความคมสูงของโหนกแก้มดูลดลง คือดูกลมกลืนลงมากับกรอบหน้า อีกทั้งแก้มตอบของคนไข้ก็จะดูเต็มขึ้น หน้าโดยรวมก็จะดูซอฟท์ลง

วิธีนี้เหมาะกับใคร: คนที่ใบหน้ามีโครงสร้างกระดูกเจน เช่นคนที่โหนกแก้มสูงๆ หน้าจะดูแมน ไม่หวาน พอโหนกแก้มไม่สูงเท่าเดิม หน้าก็จะดูหวานขึ้น ยิ่งแก้มตอบลดลงด้วย ยิ่งทำให้หน้าดูโทรมน้อยลงอีกด้วยค่ะ แต่วิธีนี้อาจไม่ใช่วิธีที่ถาวรนะคะ เพราะ ฟิลเลอร์มีการสลายตัวได้ดังนั้นจึงต้องมีการฉีดเติมซ้ำทุก 6 เดือน

7. การฉีดไขมันเพื่อเติมเต็มใบหน้าบริเวณ ขมับ แก้ตอบ ร่องแก้ม

นอกจากจะเป็นการช่วยฟื้นฟูสภาพผิวให้กลับมาอ่อนเยาว์อีกครั้งแล้ว ยังเป็นการปรับให้รูปหน้ามีลักษณะสมดุล อิ่มเอิบขึ้นอีกด้วย การเติมไขมันในบริเวณ หน้าผาก ขับ แก้มตอบ ร่องแก้ม จะทำให้โหนกแก้มที่เคยเห็นชัดดูละมุนขึ้น หน้าดูหวานขึ้น อีกด้วย

วิธีนี้เหมาะกับใคร: คนที่โครงหน้าเป็นกระดูก เห็นโหนกแก้มชัดเจน แต่ไม่อยากผ่าตัด หรือไม่มีเวลาพักฟื้นนาน

 

ฉีดไขมัน โหนกแก้ม

จบไปแล้วกับเกร็ดความรู้ดีๆ เกี่ยวกับวิธีการผ่าตัดแก้ไขลดโหนกแก้ม แต่ละวิธีว่ามีความแตกต่างและเหมาะสมกับใคร มีข้อดีอะไรบ้าง ที่อยากแนะนำให้เพื่อนๆ ได้ลองไปศึกษาและตัดสินใจกันดูว่า เราควรจะแก้ไขกับปัญหาโหนกแก้มของเราได้อย่างไร

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.srsurgeryreview.com/7วิธี-ลดโหนกแก้ม-แบบธรรมชาติ/